ตลาดเช้านี้มีสัญญาณการย้ายเงินไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย โดยกลุ่มสินค้าจำเป็น สาธารณูปโภค และพลังงาน ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงขาย สวนทางกับภาพรวมตลาดที่ยังคงมีความผันผวน
หุ้นไทยและเอเชีย
ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบ โดยนักลงทุนจับตาปัจจัยด้านเงินเฟ้อและนโยบายของภาครัฐ ขณะที่ประเด็นการผิดนัดจ่ายดอกเบี้ยของหุ้นกู้บางบริษัทอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตลาดตราสารหนี้ อย่างไรก็ตาม การประชุม World Bank ที่คาดว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจเป็นปัจจัยหนุนตลาดในระยะต่อไป
หุ้นสหรัฐและยุโรป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวผันผวน โดยกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงถึง -2.27% ซึ่งอาจสะท้อนแรงขายทำกำไรหรือความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยเฉพาะกลุ่ม ในขณะเดียวกัน กลุ่มพลังงาน (+4.03%) และสินค้าจำเป็น (+4.16%) ปรับตัวขึ้นได้ดี โดยได้รับแรงหนุนจากการย้ายเงินเข้าหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หรือกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากวัฏจักรเศรษฐกิจ
ทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเล็กน้อย +0.69% โดยได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่อเงินเฟ้อ ทำให้นักลงทุนยังคงมองทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (+0.48%) ได้กดดันให้ราคาทองคำปรับขึ้นได้ในกรอบจำกัด
คริปโต
สินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญแรงขาย โดย Bitcoin (BTC) ปรับตัวลง -1.39% ซึ่งสวนทางกับภาพรวมตลาดที่ยังคงมีแรงซื้อในสินทรัพย์ปลอดภัย นักลงทุนอาจลดความเสี่ยงในสินทรัพย์ดิจิทัล ท่ามกลางข่าวสารเกี่ยวกับความก้าวหน้าของ AI และปัจจัยทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยง
ค่าเงินและกระแสเงินทุน
เงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเห็นได้จากน้ำมัน WTI ที่บวกแรง +5.57%, พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว +1.22% และทองคำ +0.69% สะท้อนการลดความเสี่ยงของนักลงทุน ในทางตรงกันข้าม คริปโตเคอเรนซี (BTC) ปรับตัวลง -1.39% ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย +0.42% บ่งชี้ว่าตลาดหุ้นยังคงมีแรงซื้อ แต่ไม่มากนัก
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ไม่มีนัดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ ตลาดจับตาปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและเงินเฟ้อ รวมถึงทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ
