ตลาดหุ้นทั่วโลกเช้านี้มีทิศทางผสมผสาน โดยกลุ่มพลังงานและสินค้าจำเป็นปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้นสหรัฐฯ ที่บวกได้ดี ขณะที่ทองคำและคริปโตเคอร์เรนซีปรับตัวลงแรง นักลงทุนจับตาการไหลของเงินทุนที่เริ่มกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้ง
หุ้นไทยและเอเชีย
ตลาดหุ้นไทยยังคงเผชิญความผันผวน โดยมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติที่ขาย NVDR ในหุ้นกว่า 30 หลักทรัพย์ นอกจากนี้ ยังมีแรงขายหุ้นที่ถูก Short Sell ในช่วงก่อนหน้า ซึ่งอาจเป็นแรงขายทำกำไรหรือการปิดสถานะ ในส่วนของตลาดตราสารหนี้ มีแรงซื้อเข้ามาหลัง KB J ประกาศออกหุ้นกู้ วงเงิน 500 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2.85-2.95% สำหรับตลาดหุ้นเอเชียโดยรวม ยังไม่มีข้อมูลเฉพาะเจาะจง แต่ภาพรวมกระแสเงินทุนบ่งชี้ว่านักลงทุนอาจลดสัดส่วนในสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจและดอกเบี้ย เช่น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรม ที่ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
หุ้นสหรัฐและยุโรป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวบวกได้ดี โดยมีแรงหนุนจากกลุ่มพลังงานที่ปรับขึ้นถึง 4.05% ตามมาด้วยกลุ่มสินค้าจำเป็นที่บวก 3.85% และกลุ่มสาธารณูปโภคที่บวก 3.5% สะท้อนการเข้าหาความปลอดภัยและผลตอบแทนที่แน่นอนของนักลงทุน ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงเล็กน้อย บ่งชี้ว่านักลงทุนอาจมีการปรับลดสัดส่วนในสินทรัพย์ที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย สำหรับตลาดหุ้นยุโรป ยังไม่มีข้อมูลเฉพาะเจาะจง แต่ภาพรวมกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าหุ้นสหรัฐฯ อาจส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นในภูมิภาคเช่นกัน
ทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลดลง 1.08% ในช่วงเช้านี้ นักลงทุนมีการลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้หลีกเลี่ยงการโจมตีอิหร่าน ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับสงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบ WTI ยังคงเคลื่อนไหวในแดนบวกที่ 1.88% สะท้อนถึงความผันผวนที่ยังคงมีอยู่จากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์
คริปโต
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญแรงขายอย่างหนัก โดย Bitcoin (BTC) ปรับตัวลดลงถึง 4.71% นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกจากพอร์ตการลงทุน แม้จะมีข่าวการเปิดตัวโปรแกรมหาเสียงของ Anthropic และการชี้แจงบทบาทของ Elon Musk กับ TSMC แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อราคาในตลาดคริปโตโดยตรง
ค่าเงินและกระแสเงินทุน
ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ 0.07% ขณะที่กระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน สินค้าจำเป็น และสาธารณูปโภค ที่ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น สะท้อนการมองหาความปลอดภัยและผลตอบแทนที่แน่นอนของนักลงทุน ในทางกลับกัน เงินทุนไหลออกจากทองคำและคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยและสินทรัพย์เสี่ยงตามลำดับ ขณะที่น้ำมันดิบ WTI และหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวบวก แสดงให้เห็นถึงการย้ายเงินทุนจากสินทรัพย์ที่เคยถูกมองว่าปลอดภัย ไปสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ไม่มีนัดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ นักลงทุนควรจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและทองคำ รวมถึงความผันผวนในตลาดการเงินโลก
