ตลาดเช้านี้มีทิศทาง Risk-On โดยหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำและน้ำมันดิบอ่อนตัวลงเล็กน้อย นักลงทุนยังคงจับตาความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงและปัจจัยเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อตลาด
หุ้นไทยและเอเชีย
สำหรับตลาดหุ้นไทยและเอเชียนั้น ข้อมูลที่ได้รับระบุว่ามีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและอาจนำไปสู่การปิดกิจการ อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณบวกจากภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Grab ปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังจับตามาตรการรับมือกับภาวะเงินเฟ้อในภูมิภาคเอเชีย
หุ้นสหรัฐและยุโรป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยดัชนีโดยรวมปรับขึ้น +1.95% สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่นำตลาด ปรับขึ้นถึง +3.86% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของเทคโนโลยี AI และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ หุ้นของบริษัท Penguin Solutions ได้รับความสนใจ หลังมีการคาดการณ์รายได้ปี 2027 ที่ระดับ 2.43 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่ม AI Infrastructure
ทองคำ
ราคาทองคำทรงตัว โดยมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อย -0.16% ในช่วงที่ผ่านมา การที่ดัชนี S&P มีแนวโน้มปรับตัวสู่สถิติใหม่ ส่งผลให้ความน่าสนใจในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลดลง -3.11% อาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อทางอ้อม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำได้บ้าง นอกจากนี้ การพักตัวของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวก็ช่วยลดแรงกดดันต่อทองคำเช่นกัน
คริปโต
ตลาดคริปโตเคอเรนซีมีความผันผวน นักลงทุนกำลังจับตาประเด็นสำคัญหลายประการ รวมถึงการถูกฟ้องร้องของ Tether ที่เกี่ยวข้องกับ stablecoin มูลค่า 2.76 ล้านดอลลาร์ ซึ่งสร้างความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของเหรียญ นอกจากนี้ การยื่นจดทะเบียน ETF Zcash ในตลาด Nasdaq สะท้อนถึงความสนใจของสถาบันการเงินในการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะเดียวกัน มีรายงานการโอน USDC จำนวนมากจากนักลงทุนรายใหญ่ (Whale) ไปยังแพลตฟอร์ม Aave ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการซื้อขายหรือการฝากเพื่อรับดอกเบี้ย
ค่าเงินและกระแสเงินทุน
ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น สอดคล้องกับทิศทาง Risk-On ของตลาด โดยกระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบนี้ (+1.95%) ตามมาด้วยตลาดคริปโตเคอเรนซี (+0.91%) ที่ยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุน ในทางกลับกัน ทองคำ (-0.16%) และพันธบัตรระยะยาว (-1.21%) มีการปรับตัวอ่อนแอลง ซึ่งสะท้อนถึงการที่นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ไม่มีนัดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในปฏิทินเศรษฐกิจเร็วๆ นี้ ตลาดโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะ Risk-On โดยมีปัจจัยหนุนจาก Flow, Risk และ Momentum แต่สภาพคล่องในระบบการเงินเริ่มตึงตัว ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนี้ ดัชนี Fear & Greed ที่อยู่ในระดับ 71 (โซนโลภ) อาจเป็นสัญญาณเตือนให้ระมัดระวังการเข้าซื้อที่ราคาสูง
