ตลาดเช้านี้มีสัญญาณความผันผวน นักลงทุนจับตาการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่ยังคงได้รับความสนใจ ในขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยบางประเภทปรับตัวลดลง
หุ้นไทยและเอเชีย
ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขการจ้างงานที่ต่ำกว่าคาดในสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คงอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ Bond Yield ปรับตัวลดลงและสภาพคล่องอาจเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาธุรกิจต่างๆ ในการเตรียมแผนรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ รวมถึงการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจส่งผลกระทบต่อหุ้นบางกลุ่ม
หุ้นสหรัฐและยุโรป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย (-0.22%) ท่ามกลางความผันผวน โดยกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นได้ดี (+1.8%) นำโดยหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ เช่น Nvidia ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ อย่างไรก็ตาม กลุ่มสื่อสาร (-2.34%) และการเงิน (-2.46%) ปรับตัวลดลง สะท้อนการโยกย้ายเงินลงทุนออกจากกลุ่มที่อ่อนแอ นักลงทุนยังคงจับตาการเมืองสหรัฐฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Fed
ทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-3.37%) สวนทางกับการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (+0.94%) ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ นักลงทุนมีแนวโน้มลดการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย โดยมีข่าวเกี่ยวกับดีลน้ำมันระหว่างอดีตประธานาธิบดีทรัมป์กับเกาหลีใต้ ซึ่งอาจส่งผลบวกต่อกลุ่มพลังงาน
คริปโต
ตลาดคริปโตเคอเรนซีปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี (+1.22%) สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง นักลงทุนแสดงความกล้าได้กล้าเสีย โดยมองหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีข่าวการเตรียม IPO ของบริษัท Anthropic ซึ่งมีมูลค่าสูง อาจส่งผลบวกต่ออุตสาหกรรม AI และคริปโตในภาพรวม
ค่าเงินและกระแสเงินทุน
สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น (+0.94%) ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง กระแสเงินทุนไหลเข้ากลุ่มเทคโนโลยี (+1.8%) พลังงาน (+1.26%) และสาธารณูปโภค (+0.81%) ซึ่งเป็นกลุ่มที่นักลงทุนมองหาการเติบโตและสินทรัพย์ปลอดภัย ในขณะเดียวกัน เงินไหลออกจากกลุ่มสินค้าจำเป็น (-1.86%) วัตถุดิบ (-1.89%) สื่อสาร (-2.34%) การเงิน (-2.46%) และสุขภาพ (-2.65%) ซึ่งสะท้อนการลดความเสี่ยงของนักลงทุน นอกจากนี้ เงินยังไหลออกจากพันธบัตรยาว (-2.32%) และหุ้นกู้ผลตอบแทนสูง (-1.22%)
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ไม่มีนัดหมายสำคัญในปฏิทินเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ ตลาดจะยังคงจับตาดูทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จากตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศออกมา รวมถึงพัฒนาการทางการเมืองในสหรัฐฯ และสถานการณ์พลังงานทั่วโลก
