ตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 มีการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยกลุ่มพลังงานยังคงเป็นดาวเด่นที่นำตลาด ในขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง สะท้อนถึงการหมุนเวียนของเงินทุนในตลาด นอกจากนี้ ค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลง โดยนักลงทุนจับตาปัจจัยสำคัญอย่างการเลือกตั้งสหรัฐฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
หุ้นไทยและเอเชีย
ดัชนี SET100 ปรับตัวขึ้น โดยมีหุ้น CCET เป็นหุ้นที่ปรับขึ้นสูงสุดถึง 9% ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกเล็กน้อยสำหรับภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทย ในส่วนของตลาดหุ้นเอเชีย ยังไม่มีข้อมูลราคาล่าสุดที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม มีการสังเกตเห็นการไหลเข้าของเงินทุนไปยังกลุ่มพลังงาน ซึ่งปรับตัวขึ้นถึง 4.05% อันเป็นผลมาจากการทรงตัวของราคาน้ำมันในระดับสูง ในทางกลับกัน กลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมมีการปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ -0.02% และ -0.14% ตามลำดับ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การลงทุนของนักลงทุนในภูมิภาค
หุ้นสหรัฐและยุโรป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีความผันผวน โดยกลุ่มพลังงานยังคงแข็งแกร่งและนำตลาดได้ จากแรงหนุนของราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดเงินทุนไหลเข้า ในขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง ซึ่งสวนทางกับภาพรวมตลาดโดยรวม อาจสะท้อนถึงการเปลี่ยนกลุ่มลงทุนของนักลงทุน นอกจากนี้ มีข่าวเกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่มอบให้กับ Navanethm 'Navi' Pillay แต่ยังไม่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้นโดยตรงในขณะนี้
ทองคำ
ราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นเล็กน้อย โดยนักลงทุนยังคงประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ประกอบกับความกังวลเกี่ยวกับระดับหนี้สิน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยังคงหนุนราคาทองคำ นอกจากนี้ ราคาน้ำมัน WTI ทรงตัวได้ดี จากการที่การจราจรเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาน้ำมันดิบ
คริปโต
ตลาดคริปโตเคอเรนซีเผชิญกับแรงเทขายอย่างหนัก โดยเฉพาะ Bitcoin ที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหนึ่งมาจากข่าวที่ MARA โอน Bitcoin มูลค่า 81.1 ล้านดอลลาร์ให้ Galaxy Digital โดยมีกลยุทธ์ที่เปลี่ยนไปเน้นการลงทุนในด้าน AI นอกจากนี้ ยังมีข่าวเกี่ยวกับ TSLA และ BTC แต่ยังไม่มีความชัดเจน ซึ่งส่งสัญญาณความไม่แน่นอนในตลาดคริปโต
ค่าเงินและกระแสเงินทุน
ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง โดย SCB FM คาดการณ์ว่าสิ้นปีนี้จะแกว่งตัวอยู่ในช่วง 33.25-33.85 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจัยที่ต้องจับตาคือการเลือกตั้งในสหรัฐฯ และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Fed กระแสเงินทุนไหลเข้ากลุ่มพลังงานอย่างแข็งแกร่ง โดยน้ำมัน WTI ปรับตัวขึ้น 1.35% ดึงดูดเงินทุนไหลเข้า ในขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 1.3% แสดงถึงความเชื่อมั่นในตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ทองคำและคริปโตเผชิญกับแรงขาย โดยทองคำปรับลง -1.08% และคริปโต (BTC) ปรับลง -3.71% สะท้อนถึงการลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยและสินทรัพย์ดิจิทัล
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ไม่มีนัดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ นักลงทุนยังคงจับตาการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกา และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเคลื่อนไหวของตลาดการเงินทั่วโลก
