ตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงอยู่ในภาวะ Risk-On โดยหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นแรงตามคาด ขณะที่ราคาทองคำและคริปโตเคอร์เรนซีปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ และท่าทีของธนาคารกลางต่างๆ ต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ย
หุ้นไทยและเอเชีย
ตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปิดลบ 5.67 จุด โดยได้รับแรงกดดันจากการขายทำกำไรในกลุ่มธนาคารและโรงกลั่น อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจไทยยังคงให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้ โดย 86% ของธุรกิจไทยให้ความสำคัญกับระบบรองรับ AI ซึ่งเป็นสัญญาณของการปรับตัวเพื่อรับเทคโนโลยีใหม่ๆ
หุ้นสหรัฐและยุโรป
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง +1.91% สอดคล้องกับภาวะ Risk-On ในตลาด โดยกลุ่มเทคโนโลยีเป็นผู้นำตลาด ได้รับแรงหนุนจากภาพรวมตลาดที่สดใส นอกจากนี้ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคยังปรับตัวขึ้นโดดเด่น ซึ่งอาจสะท้อนถึงการหมุนเวียนของเงินทุนในตลาด
ทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลดลง -1.3% โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่ปรับขึ้น +0.94% และการส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ
คริปโต
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญแรงขายอย่างหนัก โดยราคา Bitcoin (BTC) ร่วงลง -3.95% ปัจจัยลบมาจากข่าวกรีซเตรียมเก็บภาษีกำไรจากการซื้อขายคริปโต 10% และการที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เน้นย้ำถึงการควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งอาจส่งผลให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงนานขึ้น กดดันสินทรัพย์เสี่ยง
ค่าเงินและกระแสเงินทุน
กระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นสหรัฐฯ (+1.91%) และน้ำมัน WTI (+2.77%) ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ในขณะเดียวกัน เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัยและสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างทองคำ (-1.3%) และคริปโตเคอร์เรนซี (-3.95%) สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น +0.94%
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ไม่มีนัดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในระบบการเงิน
