ตลาดหุ้นทั่วโลกและสินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวขึ้นในวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเทคโนโลยีและคริปโตเคอร์เรนซี สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางบางแห่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
หุ้นไทยและเอเชีย
ตลาดหุ้นไทยมีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะหุ้นอย่าง COM7 ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ขณะที่ ADVICE เดินหน้าขยายตลาด AI PC เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น หุ้น CCET ใน SET100 ปรับตัวขึ้นโดดเด่น 6% สะท้อนการฟื้นตัวของบางกลุ่มอุตสาหกรรมในตลาด อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเอเชียโดยรวมอาจเผชิญความเสี่ยงจากภาวะขาดแคลนเงินทุนตามที่ World Bank ได้เตือนไว้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในภูมิภาค
หุ้นสหรัฐและยุโรป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นได้ดี โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 3.29% จากความคาดหวังในอุตสาหกรรม AI และสัญญาณการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นยุโรปก็ได้รับอานิสงส์จากภาวะ Risk-On เช่นกัน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนยังคงจับตาคำเตือนของ Michael Burry ที่เปรียบเทียบสภาวะตลาดปัจจุบันกับช่วงวิกฤตในปี 2000 และ 2008 ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงขาลงในระยะยาว
ทองคำ
ราคาทองคำทรงตัวในวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่แรงซื้อถูกจำกัดด้วยความคาดหวังที่ลดลงว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้ สถานการณ์ความขาดแคลนเงินทุนในเอเชียเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงาน อาจเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้ในระยะต่อไป
คริปโต
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้นนำตลาด โดย Bitcoin (BTC) เพิ่มขึ้น 1.74% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กล้าเสี่ยงมากขึ้นในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล การไหลเข้าของเงินทุนสู่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตและหุ้นสหรัฐฯ บ่งชี้ถึงภาวะ Risk-On ในตลาด
ค่าเงินและกระแสเงินทุน
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับแข็งค่าขึ้น 1.01% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับตัวลดลง 1.92% แสดงให้เห็นถึงการไหลออกของสภาพคล่องจากสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างพันธบัตร และไหลเข้าสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า กระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นสหรัฐฯ และคริปโตเคอร์เรนซีอย่างชัดเจน
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ไม่มีนัดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังจับตาดูท่าทีของธนาคารกลางต่างๆ ต่อภาวะเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
