ตลาดการเงินในวันนี้มีความเคลื่อนไหวที่ผสมผสาน โดยสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตเคอร์เรนซีและน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวสูงขึ้น สวนทางกับสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวลดลง ดัชนีความกลัวและความโลภ (Fear & Greed Index) อยู่ที่ระดับ 65 หรือ 'โลภ' บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น
หุ้นไทยและเอเชีย
ตลาดหุ้นไทยคาดการณ์ว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,525-1,615 จุด โดยมีปัจจัยกดดันจากเงินเฟ้อและสถานการณ์น้ำท่วม ภาคอุตสาหกรรมได้ตั้ง War Room เพื่อรับมือกับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะที่การซ่อมท่อส่งน้ำมันพระราม 3 ใกล้เสร็จสิ้น คาดว่าจะเปิดใช้ใน 1 เดือน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขนส่งในภาพรวม สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นเอเชีย (อ้างอิงจากหุ้นสหรัฐฯ ที่ลบ 0.22%) มีการเคลื่อนไหวที่ผสมผสาน โดยกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น 1.8% นำโดยหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor ตามมาด้วยกลุ่มพลังงานที่ปรับขึ้น 1.26% จากความต้องการน้ำมันที่ยังคงสูง อย่างไรก็ตาม กลุ่มสื่อสาร การเงิน และสุขภาพ ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มสื่อสารลบ 2.34% กลุ่มการเงินลบ 2.46% และกลุ่มสุขภาพลบ 2.65% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการขายทำกำไรในกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมาก่อน
หุ้นสหรัฐและยุโรป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 0.22% สะท้อนแรงขายในสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรป (อ้างอิงจาก Sector Rotation) มีความเคลื่อนไหวที่หลากหลาย โดยกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานยังคงเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นได้ดี อย่างไรก็ตาม กลุ่มอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค สินค้าจำเป็น วัตถุดิบ สื่อสาร การเงิน และสุขภาพ ปรับตัวลดลง แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของแรงซื้อขายในตลาด
ทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 3.37% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการขายสินทรัพย์ปลอดภัยอื่นๆ ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่าขึ้น 0.94% ซึ่งมักจะเคลื่อนไหวสวนทางกับราคาทองคำ
คริปโต
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้นได้ดีถึง 2% สะท้อนถึงการไหลเข้าของเงินทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่นักลงทุนยังคงมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่าสินทรัพย์ปลอดภัย
ค่าเงินและกระแสเงินทุน
กระแสเงินทุนในวันนี้ไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงบางประเภท เช่น คริปโตเคอร์เรนซี (+2%) และน้ำมันดิบ WTI (+1.94%) ในขณะที่เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ (-3.37%) และพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (-2.32%) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวแข็งค่าขึ้น 0.94% ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยบางส่วนของนักลงทุน ขณะที่หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง 0.22% และหุ้นกู้ผลตอบแทนสูงปรับตัวลดลง 1.22% แสดงให้เห็นถึงแรงขายในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ไม่มีนัดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ ตลาดการเงินยังคงจับตาสถานการณ์เงินเฟ้อและผลกระทบจากภัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
