หน้าแรก › ข่าว › บทความ
FINSANCE NEWS

สรุปตลาดวันนี้ 26 กันยายน 2569 — หุ้นไทย หุ้นโลก ทอง คริปโต

สรุปภาพรวมตลาดหุ้นไทยและตลาดโลก ทองคำ และคริปโตเคอร์เรนซี ประจำวันที่ 26 กันยายน 2569 พร้อมปัจจัยที่ต้องจับตา

ภาพประกอบตลาดหุ้นไทยของ Finsance
ภาพประกอบโดย Finsance

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์น้ำท่วม แต่มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐเข้ามาบรรเทา ขณะที่ตลาดหุ้นโลกและสินทรัพย์อื่นๆ ปรับตัวผันผวนจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)

หุ้นไทยและเอเชีย

ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม มีมาตรการช่วยเหลือจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทระจากน้ำท่วม รวมถึงการยกเว้นค่าผ่านทาง M7-M9 และดอนเมืองโทลล์เวย์ ถึงวันที่ 27 กันยายน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะสั้น

หุ้นสหรัฐและยุโรป

หุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นได้ +1.27% โดยกลุ่มเทคโนโลยี (+3.52%) และกลุ่มสื่อสาร (+1.94%) เป็นกลุ่มที่นำตลาด สะท้อนการไหลเข้าของเงินทุนไปยังกลุ่มที่คาดว่าจะมีการเติบโต ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น พลังงาน (-3.53%), สาธารณูปโภค (-3.87%), การเงิน (-1.83%), และอสังหาริมทรัพย์ (-2.28%) ปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงการหมุนเวียนของเงินทุน (Sector Rotation) ไปยังกลุ่มที่น่าสนใจมากกว่า

ทองคำ

ราคาทองคำปรับตัวลดลง -1.93% โดยได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย นอกจากนี้ ข่าวเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและทองคำทางอ้อม

คริปโต

ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี (BTC) ปรับตัวลง -2.51% โดยได้รับแรงกดดันจากสัญญาณของ Fed ที่ต้องการควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้นักลงทุนกังวลว่า Fed อาจคงอัตราดอกเบี้ยสูงนานขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดสินทรัพย์เสี่ยง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเฉพาะตัวของตลาดคริปโต เช่น การเดินหน้า IPO ของ Bitget และการปรับลดแรงจูงใจของ Ethena ที่ต้องจับตา

ค่าเงินและกระแสเงินทุน

ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น +0.81% ขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ เช่น หุ้นกู้ผลตอบแทนสูง (-0.85%), ทองคำ (-1.93%), พันธบัตรระยะยาว (-2.38%), คริปโต (-2.51%), และน้ำมัน WTI (-3.52%) ต่างปรับตัวลดลง กระแสเงินทุนไหลเข้าหุ้นสหรัฐฯ (+1.27%) สะท้อนว่านักลงทุนยังคงเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง แต่ขณะเดียวกันก็ถือครองดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อป้องกันความเสี่ยง

ปัจจัยที่ต้องจับตา

ไม่มีนัดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ ตลาดจะยังคงจับตาดูทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และสถานการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ต่างๆ

แหล่งข้อมูลที่ใช้

⚠️ บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและตัดสินใจด้วยตนเอง