ตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวในแดนบวก โดยดัชนี SET100 ปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้น PTTGC ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกมีสัญญาณผสมผสาน โดยหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น สวนทางกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
หุ้นไทยและเอเชีย
ดัชนี SET100 ปรับตัวขึ้น โดยมีหุ้น PTTGC เป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นสูงสุดถึง 3.13% สะท้อนแรงซื้อในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี นอกจากนี้ ตลาดคาดการณ์การเติบโตจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคการท่องเที่ยว หลังกรมการท่องเที่ยวเปิดตัว "MuslimGo" ที่ใช้ AI ช่วยจัดทริป ขณะที่รัฐบาลมีความมั่นใจในการบริหารจัดการน้ำในภาคกลาง ซึ่งช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ
หุ้นสหรัฐและยุโรป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น 1.66% โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้นถึง 5.74% ซึ่งสอดคล้องกับ Sentiment เชิงบวกในกลุ่มหุ้นเติบโต นักลงทุนให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองในสหรัฐฯ และทิศทางราคาน้ำมัน ซึ่งราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวลดลง 10.83% อาจส่งผลดีต่อต้นทุนการผลิตของบริษัทในหลายอุตสาหกรรม
ทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 1.41% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นที่สวนทางกับข่าวที่ระบุว่าทองคำอาจปรับตัวลดลงจากการคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อย่างไรก็ตาม ตลาดกำลังจับตาแรงซื้อของสกุลเงินดอลลาร์และพันธบัตร ในขณะเดียวกัน วิกฤตโรงกลั่นทั่วโลกส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งสู่ระดับสูงสุดใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและเงินเฟ้อ
คริปโต
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 6.35% โดยมีเงินไหลเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนมองหาผลตอบแทนที่สูงกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่น ตลาดกำลังจับตาข่าวสารจากออสเตรเลียที่รัฐบาลมองถึง "AI revolution" ในอีก 40 ปีข้างหน้า แต่ยังไม่มีการกล่าวถึงคริปโตโดยตรง นอกจากนี้ ตลาดกำลังจับตาการกำกับดูแล หลังมีรายงานว่าสหรัฐฯ กำลังสอบสวน Binance เกี่ยวกับการซื้อขายกับอิหร่าน
ค่าเงินและกระแสเงินทุน
กระแสเงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะคริปโตเคอร์เรนซีและหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้น สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนสูง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลดลง 10.83% บ่งชี้ถึงเงินที่ไหลออกจากสินทรัพย์โภคภัณฑ์ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น 1.1% ซึ่งอาจส่งผลกดดันราคาสินทรัพย์อื่น ๆ
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ไม่มีนัดหมายสำคัญในปฏิทินเศรษฐกิจเร็ว ๆ นี้ นักลงทุนยังคงจับตานโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และทิศทางอัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบที่มีความผันผวนสูง
