ตลาดหุ้นทั่วโลกเคลื่อนไหวแบบผสมผสานในวันนี้ โดยกลุ่มเทคโนโลยีเป็นดาวเด่น ขณะที่นั ลงทุนยังคงจับตาดูทิศทางอัตราดอกเบี้ยและปัจจัยเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
หุ้นไทยและเอเชีย
ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด โดยมีแนวรับแนวต้านที่ระดับ 1,610-1,630 จุด นักลงทุนยังคงรอปัจจัยชี้นำใหม่เข้ามาสนับสนุนการปรับตัวขึ้น ขณะที่ภาพรวมตลาดเอเชียมีการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย โดยกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นได้ดีถึง +2.3% สะท้อนความเชื่อมั่นในกลุ่มนวัตกรรม อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าจำเป็นและสุขภาพปรับตัวลงค่อนข้างมาก
หุ้นสหรัฐและยุโรป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideways โดยมีแรงซื้อเข้ามาในกลุ่มเทคโนโลยีที่ปรับตัวขึ้น +2.3% ซึ่งเป็นกลุ่มที่นำการปรับตัวขึ้นของตลาด อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยมีการปรับตัวลง -1.86% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการขายทำกำไรหลังปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้า ในส่วนของตลาดหุ้นยุโรป ภาพรวมยังคงเคลื่อนไหวแบบผสมผสาน โดยกลุ่มสาธารณูปโภคและพลังงานปรับตัวขึ้นได้เล็กน้อย
ทองคำ
ราคาทองคำทรงตัวเหนือระดับ $100 ได้อย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งขึ้นถึง +6.66% ซึ่งเป็นผลมาจาก วามตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ปัจจัยดังกล่าวส่งเสริมให้ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าสนใจในสภาวะตลาดที่ยังมีความไม่แน่นอน
คริปโต
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญแรงขายทำกำไร ส่งผลให้ราคาปรับฐานลง โดย Bitcoin ยังคงทรงตัวได้ในระดับสูง แต่มีแรงขายออกมาเป็นระยะ ขณะที่เหรียญอื่นๆ เช่น Dogecoin ปรับตัวลงถึง 5% ตลาดอาจกำลังรอความชัดเจนด้านกฎระเบียบที่มากขึ้น หลังจากมีข่าวว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ สนับสนุนกฎหมาย Clarity Act
ค่าเงินและกระแสเงินทุน
กระแสเงินทุนในวันนี้ไหลเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างชัดเจน โดยน้ำมัน WTI ปรับตัวขึ้น +6.66% และทองคำปรับตัวขึ้น +1.66% สวนทางกับตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาลระยะยาวและหุ้นกู้ผลตอบแทนสูง ที่ปรับตัวลงเล็กน้อย ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในแดนบวกเล็กน้อยที่ +0.08% ส่วนคริปโตปรับตัวลง -3% ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ -0.82%
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ไม่มีนัดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ นักลงทุนยังคงจับตาดูทิศทางเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้นจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และรอสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยจากธนาคารกลางต่างๆ รวมถึงความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นของตลาด
