ตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศวันนี้ (26 ส.ค. 69) มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการปรับตัวขึ้นของราคาทอ คำ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามและภาวะเศรษฐกิจโลก ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานในตลาดหุ้นต่างประเทศปรับตัวลดลง
หุ้นไทยและเอเชีย
ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีสัญญาณบวกในบางกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ได้รับอานิสงส์จากแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ทำให้หุ้นอย่าง GULF, GPSC, GUNKUL และ WHAUP เป็นที่น่าจับตา นอกจากนี้ บริษัท KUN รายงานว่าสามารถขายหุ้นกู้หมดตามเป้าหมายที่อัตราดอกเบี้ย 7.40% ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในธุรกิจใหม่ 'Longevity Living' ขณะที่ LPN ได้จัดกิจกรรมวิ่งเพื่อส่งเ ริมภาพลักษณ์องค์กรและสังคมน่าอยู่ สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นเอเชีย (ไม่รวมข้อมูลเฉพาะ) มีการเคลื่อนไหวที่หลากหลายตามสภาวะตลาดในแต่ละประเทศ
หุ้นสหรัฐและยุโรป
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ วันนี้มีความผันผวน โดยกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงขาย ปรับตัวลดลง -2.09% ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่อ่อนแอกว่าภาพรวมตลาด นอกจากนี้ กลุ่มพลังงานก็ปรับตัวลงเช่นกันที่ -2.54% โดยได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง -8.13% อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาผลประกอบการของบริษัท Nvidia (NVDA) ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ราย ด้ไว้ที่ 97.8 พันล้านดอลลาร์ ตลาดคาดหวังผลประกอบการที่แข็งแกร่งจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ส่วนตลาดหุ้นยุโรป (ไม่รวมข้อมูลเฉพาะ) มีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันไปตามปัจจัยเฉพาะของแต่ละประเทศ
ทองคำ
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างอิหร่านและโอมาน รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ การที่นักลงทุนหันเข้าหาสินทรัพย์ปล ดภัย (Safe Haven) ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
คริปโต
ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับราคาคริปโตเคอร์เรนซีไม่มีการระบุในระบบ อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมของสินทรัพย์ดิจิทัล (BTC) มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น +1.72% ซึ่งอาจสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในสินทรัพย์ประเภทนี้ หรือเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวในตลาด Risk-On ที่บางสินทรัพย์ยังคงได้รับความสนใจ
ค่าเงินและกระแสเงินทุน
กระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ (+7.41%) และพันธบัตรระยะยาว (+2.22%) อย่างชัดเจน สะท้อนความกัง ลของนักลงทุนต่อภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนในตลาดโลก ในทางกลับกัน เงินทุนไหลออกจากหุ้นสหรัฐฯ (-0.2%) และน้ำมัน WTI (-8.13%) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อยที่ -0.71%
ปัจจัยที่ต้องจับตา
ไม่มีนัดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศและนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ อย่างใกล้ชิด
