สหรัฐฯ ประกาศ GDP เป็นรายไตรมาส โดยมีตัวเลขเบื้องต้น (Advance) ตัวเลขทบทวนครั้งที่สอง (Second) และตัวเลขสรุป (Final) ห่างกันประมาณเดือนละครั้งหลังจบไตรมาส
GDP สะท้อนภาพรวมสุขภาพเศรษฐกิจในระดับกว้างที่สุด หาก GDP เติบโตแรงเกินคาด ตลาดอาจกังวลว่าเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไปและเงินเฟ้อจะตามมา ทำให้เฟดมีเหตุผลคงดอกเบี้ยสูงต่อ ส่วนหาก GDP ต่ำกว่าคาดหรือติดลบ (โดยเฉพาะติดลบสองไตรมาสติดต่อกัน ซึ่งเป็นนิยามที่นิยมใช้ของภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค) มักสร้างความกังวลต่อกำไรบริษัทและกดดันสินทรัพย์เสี่ยง แต่ในบางกรณีตลาดกลับมองบวกเพราะเชื่อว่าเฟดจะรีบลดดอกเบี้ยเพื่อประคองเศรษฐกิจ
| สินทรัพย์ | สูงกว่าคาด | ต่ำกว่าคาด |
| ทองคำ | มักผันผวน/กดดันเล็กน้อยจากมุมมองดอกเบี้ยสูงต่อ | มักปรับขึ้นหากตลาดมองว่าเฟดจะผ่อนคลายเร็วขึ้น |
| หุ้น | ผลลัพธ์ผสม: บวกจากกำไรบริษัทที่คาดว่าจะดี แต่ลบจากกังวลดอกเบี้ยสูง | มักปรับลงหากอ่อนแอมาก จากความกังวลเศรษฐกิจถดถอย |
| คริปโต | มักผันผวนตามทิศทางสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม | มักปรับลงหากตลาดตีความว่าเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรง |
| ดอลลาร์ | มักแข็งค่าขึ้นตามมุมมองเศรษฐกิจแกร่ง | มักอ่อนค่าลงตามมุมมองเศรษฐกิจชะลอตัว |
ตัวเลขไตรมาสของสหรัฐฯ มักรายงานแบบ "annualized" คือปรับอัตราการเติบโตของ 3 เดือนให้เทียบเท่าอัตรารายปี ส่วน GDP ทั้งปีคือผลรวมมูลค่าการผลิตทั้ง 4 ไตรมาสจริง
นิยามที่นิยมใช้ทั่วไปคือ GDP ติดลบติดต่อกันสองไตรมาส แม้หน่วยงานทางการ (เช่น NBER ในสหรัฐฯ) อาจพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบ เช่น การจ้างงานและรายได้ ด้วย
เพราะข้อมูลบางส่วนยังเก็บรวบรวมไม่ครบตอนประกาศครั้งแรก หน่วยงานสถิติจึงปรับปรุงตัวเลขให้แม่นยำขึ้นเมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติมในเดือนถัดไป
GDP วัดมูลค่าการผลิตที่เกิดขึ้น "ภายในประเทศ" ไม่ว่าใครเป็นเจ้าของทุน ส่วน GNP (Gross National Product) วัดรายได้ของ "พลเมืองประเทศนั้น" ไม่ว่าจะไปผลิตที่ประเทศใดก็ตาม