ตลาดการเงินทั่วโลกเช้านี้อยู่ในภาวะ Risk-Off นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงออกมาอย่างต่อเนื่��ง โดยเฉพาะทองคำและหุ้นสหรัฐฯ ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น และราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งแรง กลุ่มพลังงานจึงเป็นกลุ่มที่ปรับตัวโดดเด่นในวันนี้
ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะเปิดทำการด้วยความระมัดระวัง หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเล็กน้อยเมื่อคืนที่ผ่านมา นักลงทุนอาจจับตาแรงซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานที่อาจได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดที่ยังคงอยู่ในภาวะ Risk-Off อาจกดดันการลงทุน���นสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเล็กน้อย 0.28% เมื่อคืนที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะ Risk-Off ที่ทำให้นักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง กลุ่มพลังงานเป็นกลุ่มเดียวที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 8.68% ในขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีและสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวลง
ราคาทองคำร่วงลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 3.93% สวนทางกับการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในภาวะ Risk-Off นี้ นักลงทุนเทขายทองคำออกมาและหันไปถือ���รองดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยมากกว่า นอกจากนี้ การปรับตัวลดลงของพันธบัตรระยะยาว (-1.73%) บ่งชี้ว่านักลงทุนอาจกำลังมองหาทางเลือกอื่นในการพักเงิน แต่ทองคำไม่ได้รับอานิสงส์ดังกล่าว
สกุลเงินดิจิทัล Bitcoin ปรับตัวลดลง 2.57% ตามภาพรวมตลาดที่อยู่ในภาวะ Risk-Off โดยไม่พบข่าวเฉพาะตัวที่ส่งผลกระทบต่อราคาอย่างมีนัยสำคัญ ดัชนี Fear & Greed Index อยู่ที่ระดับ 22 ซึ่งบ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในภาวะ 'กลัวมาก' สะท้อนความกังวลที่สูงในหมู่นักลงทุน ซึ่งอาจเป็นจังหวะที่นักลงทุนระยะยาวพิจารณาเข้าสะสม
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น 0.64% ในภาวะ Risk-Off ซึ่งเป็นไปตามพฤติกรรมปกติที่นักลงทุนมักเข้าถือครองดอลลาร์เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ยังคงสูง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้น 8.68% โดยไม่พบข่าวเฉพาะตัวที่ส่งผลกระทบ แต่เคลื่อนไหวตามปัจจัยด้านอุปสงค์ อุปทาน และภูมิรัฐศาสตร์ กระแสเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นสหรัฐฯ (-0.28%), หุ้นกู้ผลตอบแทนสูง (-0.44%), คริปโต (-2.57%) และทองคำ (-3.93%) ไปยังดอลลาร์และน้ำมัน WTI กลุ่มพลังงาน (+6.79%) เป็นกลุ่มเดียวที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่น
ไม่มีนัดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงจับตาดูสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลักๆ อย่างใกล้ชิด