ตลาดเช้านี้ภาพรวมเคลื่อนไหวผสมผสาน โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นได้ดี นำโดยกลุ่มพลังงาน ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อย สวนทางกับค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับสภาพคล่องในระบบที่ยังคงติดลบ
ตลาดหุ้นไทย (SET) ทรงตัว โดยยังไม่มีปัจจัยเฉพาะตัวที่ชัดเจน ทำให้เคลื่อนไหวตามทิศทางตลาดโลกเป็นหลัก ขณะที่ภาพรวมตลาดหุ้นเอเชียไม่ได้ให้ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงในส่วนนี้
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นได้ 1.37% โดยได้รับแรงหนุนจากการไหลเข้าของเงินทุน และกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นคือกลุ่มพลังงาน (+3.49%) ซึ่งได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันดิบ WTI ที่พุ่งขึ้นถึง 5.41% กลุ่มเทคโนโลยี (+2.87%) และกลุ่มสื่อสาร (+1.86%) ก็ปรับตัวขึ้นได้ดีเช่นกัน ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรม (-1.08%) และกลุ่มสุขภาพ (-1.77%) ปรับตัวลดลง
ราคาทองคำปรับตัวลดลง 0.3% โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (+0.18%) และการปรับตัวลงของพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (-1.22%) ซึ่งสะท้อนการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงขายทำกำไรในสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ
สกุลเงินดิจิทัล (BTC) ปรับตัวขึ้น 1.3% โดยได้รับแรงหนุนจากการไห���เข้าของเงินทุน ซึ่งตลาดคริปโตฟื้นตัวตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น 0.18% สวนทางกับราคาทองคำและพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวที่ปรับตัวลดลง กระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ (+1.37%) และตลาดคริปโต (+1.3%) ขณะที่น้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นโดดเด่นถึง 5.41% ดึงดูดเงินลงทุนในกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ตาม สภาพคล่องในระบบโดยรวมยังคงติดลบ (-1) ซึ่งอาจส่งผลกดดันต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
ขณะนี้ยังไม่มีนัดหมายสำคั���ทางเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ ตลาดโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวตามกระแสเงินทุนและปัจจัยมหภาค เช่น สภาพคล่องและทิศทางอัตราดอกเบี้ย