ตลาดเช้านี้แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศ Risk-On โดยมีเงินทุนไหลเข้าสู่สินทรั��ย์เสี่ยงสูงอย่างคริปโตและหุ้นสหรัฐ ขณะเดียวกันทองคำก็ปรับตัวขึ้น บ่งชี้ว่านักลงทุนยังคงมองหาการป้องกันความเสี่ยงควบคู่ไปกับการลงทุน.
ตลาดหุ้นไทยในวันนี้ยังไม่มีปัจจัยขับเคลื่อนเฉพาะตัวใหม่ๆ จากภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเชิงบวกจากตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการที่ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก 1.43% อาจส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยและตลาดภูมิภาคโดยรวมได้ การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยจึงอาจเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในภูมิภาคที่ได้รับอิทธิพลจากข่าวสารและกระแสเงินทุนจากต่างประเทศ.
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก 1.43% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภาพรวมตลาด โดยมีเงินทุนไหลเข้าสู่กลุ่มสุขภาพมากที่สุดถึง +5.21% ตามมาด้วยกลุ่มการเงิน +4.06% และกลุ่มสื่อสาร +3.81% ขณะที่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและสินค้าจำเป็นก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กลุ่มเทคโนโลยีมีการปรับตัวลง -2.16% ซึ่งบ่งชี้ถึงการโยกย้ายเงินทุนออกจากกลุ่มนี้ไปยังกลุ่มอื่นๆ ที่นักลงทุนมองเห็นโอกาสมากกว่า. กลุ่มอุตสาหกรรม สาธา���ณูปโภค และพลังงานก็ปรับตัวลดลงเล็กน้อย.
ราคาทองคำปรับตัวขึ้น +2.35% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง -0.49% ทำให้ทองคำน่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น นอกจากนี้ ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวที่ลดลง -2.11% ยังช่วยลดต้นทุนการถือครองทองคำ ทำให้ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจในการป้องกันความเสี่ยงในสภาวะที่ตลาดมีความผันผวนและนักลงทุนยังคงต้องการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย.
ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีมีการปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น โดย Bitcoin (BTC) ป��ับขึ้น +3.56% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการไหลเข้าของเงินทุนสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและมีความผันผวนสูง อย่างไรก็ตาม ดัชนี Fear & Greed ยังคงอยู่ที่ 24 ซึ่งอยู่ในระดับ 'กลัวมาก' บ่งชี้ว่าแม้ราคาจะปรับขึ้น แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลในตลาด.
กระแสเงินทุนในวันนี้แสดงให้เห็นถึงการไหลเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยงสูงและทองคำ โดยหุ้นสหรัฐปรับขึ้น +1.43%, ทองคำ +2.35% และคริปโต (BTC) +3.56% ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนมีความกล้าลงทุนมากขึ้นแต่ก็ยังคงไม่ละทิ้งการป้องกันความเสี��ยง ในขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง -0.49% และเงินทุนไหลออกจากพันธบัตรระยะยาว -2.11% รวมถึงน้ำมัน WTI ที่ลดลง -3.39% ซึ่งอาจสะท้อนถึงการโยกย้ายเงินทุนไปยังสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าและมีความเชื่อมั่นในภาพรวมเศรษฐกิจที่อาจจะดีขึ้น.
จากปฏิทินเศรษฐกิจที่ระบบคำนวณมา ยังไม่พบกำหนดการสำคัญที่ต้องจับตาในเร็วๆ นี้ ซึ่งหมายความว่าตลาดอาจจะยังคงเคลื่อนไหวตามกระแสข่าวสารและปัจจัยทางเทคนิคในระยะสั้น.