ตลาดเช้านี้มีสัญญาณ Risk-On โดยสินทรัพย์เสี่ยงหลายประเภทปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ดัชนีวัดความกลัวและความโลภ (Fear & Greed) ยังคงอยู่ในระดับ "กลัวมาก" สะท้อนว่านักลงทุนยังคงระมัดระวังท่ามกลางความผันผวนของตลาด
สำหรับตลาดหุ้นไทย ยังไม่พบปัจจัยขับเคลื่อนเฉพาะตัวที่ชัดเจน ทำให้การเคลื่อนไหวอาจต้องพึ่งพิงภาพรวมของตลาดภูมิภาค หรือรอปัจจัยภายในประเทศที่จะเข้ามาสนับสนุนในระยะต่อไป นักลงทุนจับตาข่าวสารใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเพื่อประเมินทิศทางตลาด
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น 1.43% โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ (+5.21%) และการเงิน (+4.06%) ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาให้ความสนใจในหุ้นกลุ่ม Value และ Defensive ในขณะเดียวกัน กลุ่มเทคโนโลยี (-2.16%) ปรับตัวลดลง สวนทางกับภาพรวมของตลาด แสดงให้เห็นถึงการโยกย้ายเงินทุนออกจากหุ้นเติบโตสูงไปยังกลุ่มที่ปลอดภัยกว่า
ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น 2.35% สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่านักลงทุนกำลังถือครองทั้งสินทรัพย์เสี่ยงและสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อกระจายความเสี่ยง นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (-0.49%) ยังเป็นป���จจัยหนุนให้ราคาทองคำน่าสนใจมากขึ้น
สินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin (BTC) ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 4.53% แม้ว่าดัชนี Fear & Greed จะยังคงอยู่ในระดับ "กลัวมาก" (23) ก็ตาม การปรับตัวขึ้นนี้อาจสะท้อนถึงแรงซื้อเก็งกำไรในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเคลื่อนไหวไปตามกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงที่ฟื้นตัวในระยะสั้น
กระแสเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ (+2.35%) และสินทรัพย์เสี่ยงสูงอย่างคริปโต (+4.53%) พร้อมกัน ซึ่งแสดงถึงการกระจายความเสี่ย���ของนักลงทุน ขณะเดียวกัน เงินทุนไหลออกจากกลุ่มเทคโนโลยี (-2.16%) และพลังงาน (-1.61%) ไปยังกลุ่มสุขภาพ (+5.21%) และการเงิน (+4.06%) มีการลดการถือครองดอลลาร์สหรัฐฯ (-0.49%) และพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (-2.11%) ซึ่งสะท้อนถึงการลดความกังวลต่อความเสี่ยงในระยะยาว
ไม่มีนัดหมายสำคัญทางเศรษฐกิจในปฏิทินเศรษฐกิจเร็วๆ นี้ ตลาดเคลื่อนไหวตามกระแสเงินทุนและแรงซื้อขายในสินทรัพย์ต่างๆ โดยไม่มีปัจจัยมหภาคใหม่เข้ามาชี้นำในขณะนี้